img

วันที่ลง :  20-12-2014

 

โครงการ 1: โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลง ซอยพิพัฒน์ 2

Project-Pipat.jpg

         ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท.0423ว8 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 12-2-08 ไร่ มีผู้เช่าเดิม 107 ราย อยู่ระหว่างเจรจาขอซื้อที่ดินจากเอกชน เพื่อขยายทางเข้า-ออก และศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

โครงการ 2: โครงการบริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Project-Sirikit.jpg

         ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. ว24431 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 53-ว-15 ตารางวา พร้อมอาคารศูนย์ประชุม บริษัท เอ็น.ซี ซี แมนเนจเมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ได้รับคัดเลือกให้บริหารและดำเนินกิจการศูนย์การประชุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้างในส่วนขยาย เพื่อก่อสร้างเป็นโรงแรม อาคารพาณิชย์และลานจอดรถ

โครงการ 3: โครงการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุบริเวณโรงกษาปณ์ ถนนประดิพัทธ์

Project-Padipat.jpg

         ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ (บริเวณที่ตั้งโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์เดิม) กรมธนารักษ์ อนุญาติให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ใช้ประโยชน์อาคารในพื้นที่บริเวณโรงกษาปณ์ เนื้อที่ 9-3-74 ไร่ เป็นสถานที่ทำการของหน่วยงานเป็นการชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง

โครงการ 4: โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ

Project-Government.jpg

         ที่ดินราชพัสดุ บริเวณที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย และกรมทางหลวงใช้ประโยชน์ ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ประมาณ 450 ไร่ กรมธนารักษ์ได้ขอคืนที่ราชพัสดุจากหน่วยงานดังกล่าวมาจัดทำเป็น โครงการศูนย์ราชการลักษณะโครงการเป็นอาคารสูงรวม 44 อาคาร เพื่อให้ส่วนราชการที่มีความจำเป็นใช้ประโยชน์ ซึ่ง ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

โครงการ 5: โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะ "เบญจกิติ"

Project-Benjakiti.jpg

         ที่ดินโรงงานยาสูบ เนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2534 เห็นชอบในหลักการให้ย้ายโรงงานยาสูบทั้งหมดไปส่วนภูมิภาค และให้พัฒนาพื้นที่เดิมของโรงงานยาสูบเป็นสวนสาธารณะ ขณะที่กรมธนารักษ์ได้ว่าจ้างให้กองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการ

โครงการ 6: โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่

Project-Chiangmai.jpg

ที่ดินที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม. 1745 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ การดำเนินการขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และการส่งคืนที่ดินของกองทัพบก

 

โครงการ 7: โครงการนำที่ราชพัสดุไปสนับสนุนโครงการตามแนวพระราชดำริ

 

pj1.jpg

 

         กรมธนารักษ์ได้ตระหนักถึงพระมหากรณุาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานแก่ปวงราษฎรไทยทั้งหลายผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริในดำริด้านต่างๆ กรมธนารักษ์จึงมีนโยบายที่จะนํา ที่ราชพัสดุมาใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนโครงการตามแนวพระราชดําริ ซ่ึงเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ในเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกรมธนารักษ์จะจัดหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับภารกิจไปสนับสนุนในแต่ละโครงการ โดยเริิ่มดําเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 และในปี พ.ศ. 2556 ได้นําที่ราชพัสดุไปสนับสนุนโครงการดังกล่าว จํานวน 67 แห่ง ใน 55 จังหวัด เช่น โครงการเพาะปลูกหญ้าแฝกสายพันธุ์ต่างๆ ตามแนวพระราชดําริ จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ 70 ไร่ โครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนศาสตร์พระราชาห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 48 ไร่ โครงการศูนย์ศิลปาชีพ อุบลราชธานี บ้านยางน้อย จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ 454 ไร่ โครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดพังงา เนื้อท่ี 18 ไร่ เป็นต้น

 

โครงการ 8 : โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุตามแนวเศรษกิจสร้างสรรค์

         เป็นการนําที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพมาพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นแนวทางหนึ่งของการขับเคลี่อนยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างการผลิตให้สมดุลและยั่งยืนโดยการพัฒนา ที่ราชพัสดุภายใต้แนวคิดดังกล่าวสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ราชพัสดุ และมูลค่า (Value Creation) จากพื้นฐาน ความเป็นไทย (Thainess) วิถีชีวีตภูมิปัญญาท้องถิ่นศิลปวัฒนธรรมจิตวิญญาณและความเชื่อและชุมชนสามารถรักษาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของตนเองไว้ได้อย่างม่ันคง สําหรับในปี 2556 ดําเนินการนํารองในท่ีราชพัสดุแปลงหมายเลข ทะเบียนท่ี กจ.194 (บางส่วน) ตําลบ้านใต้ อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แปลงโรงงานกระดาษ เพ่ือเป็นพิพิธภัณฑ์ และโรงแรมเชิงอนุรักษ์

 

โครงการ 9 : โครงการนำที่ราชพัสดุสนับสนุนการปลูกพืชอาหารและพีชทดแทนพลังงาน

         คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2552 ให้กรมธนารักษ์ดําเนินการตรวจสอบที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือขอคืนที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐและไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อนํามาจัดให้เกษตรกรเช่าในอัตราคา เช่าที่เหมาะสมโดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการเพื่อกําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ มาตรการ เงื่อนไขการดําเนินงานและแต่งต้ังคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไข วิกฤตพลังงานและพืชอาหาร รวมถึงการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยในประเทศ ปัญหาการว่างงาน ปัญหาสังคม และความยากจน ปัญหาความต้องการที่ดินทํากินของประชาชนที่ยากจน และไม่มีที่ดินทํากินเป็นของตนเอง อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการนําที่ดินมาใช้ด้านเกษตรกรรมและช่วยเพิ่มมูลค่าและพัฒนาการใช้ที่ราชพัสดุ โดยส่งเสริมให้มีการทําการเกษตรพืชอาหารและพืชทดแทนพลังงานอย่างมีคุณภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน ซิ่งได้ดําเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา โดยผลการดําเนินงานโครงการตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 – 2555 ได้เนื้อที่รวม 296,741-3-26.07 ไร่ จํานวน 23,329 ราย สําหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 สามารถดําเนินงานได้เนื้อทื่ 43,427-0-44.14 ไร่ จํานวน 3,283 ราย รวมผลการดําเนินงานทั้งสิ้นได้เนื้อที่ 340,168-3-70.21 ไร่ จํานวน 26,612 ราย โดยแยกเป็น จัดให้เกษตรกรเช่า เนื้อที่ 248,764-1-57.31 ไร่ จํานวน 26,371 ราย และการจัดทําบันทึกข้อตกลงกับส่วนราชการ (MOU) เนื้อที่ 91,404-2-12.90 ไร่ จํานวน 241 หน่วยงาน 

 

โครงการ 10 : โครงการนำที่ราชพัสดุสนับสนุนการปลูกพืชอาหารและพีชทดแทนพลังงาน

         เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลในการบริหารจัดการที่ดินของรัฐเพื่อแก้ไข้ปัญหาสง่าคมและความยากจน เชิงบูรณาการ โดยการนําที่ดินราชพัสดุในพื้นที่ 75 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ที่เป็นที่ว่างมิได้ใช้ประโยชน์ในทาง ราชการ และที่มีผู้ถือครองทําประโยชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาดําเนิน การภายใต้โครงการ “รัฐเอื้อราษฎร์” เพื่อนํามาจัดให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับสิทธิการเช่าเพื่ออยู่อาศัยและทํากิน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กรมธนารักษ์ได้ดำเนิน การ จัดให้ประชาชนได้รับสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและหรือที่ทํากิน จํานวน 5,789 ราย เน้ือท่ีประมาณ 17,032 – 1 - 86 ไร่

 

โครงการ 11 : โครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลา

         กรมธนารักษ์ได้มีการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลาให้เป็นท่าเรือหลักสําหรับการนําเข้าและส่งออกสินค้า โดยตรงจากภาคใต้ตอนล่าง และเพิ่มศักยภาพให้สามารถแข่งขันกับท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อลดความสูญเสีย โอกาสทางเศรษฐกิจ ตลอดจนจะเพิ่มศักยภาพท่าเรือน้ำลึกสงขลาให้สามารถรองรับสินค้าเพิ่มขึ้นจาก 150,000 TEU/ปี เป็น 420,000 TEU/ปี เพื่อรองรับการขยายตัวของปริมาณสินค้านําเข้าและส่งออกในภาคใต้ในอนาคต ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ได้ดําเนินการส่งให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณารายงาน การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปัจจุบันรายงาน EIA ได้รับความเห็นชอบแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างดําเนินการนําเสนอ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมงานฯ

 

 โครงการ 12 : โครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลา

         กระทรวงการคลังได้เห็นชอบนโยบายพัฒนาท่าเรือภูเก็ตบางส่วนบนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ภก. 308 ตําบลวิชิต อําเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นท่าเรือท่องเที่ยว และ Duty Free Zone เนื่องจากปัจจุบันการใช้ บริการท่าเรือภูเก็ตมีผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นจนเกิดผลกระทบต่อการจอดเรือขนส่งสินค้าที่มีอยู่เดิม ดังนั้น จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาท่าเรือให้มีท่าบริการ ประกอบด้วย ท่าเรือท่องเที่ยว และท่าเรือขนส่งในพื้นท่ี โครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กรมธนารักษ์ได้ดําเนินการส่งให้สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและจัดทํารายงานการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) และเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากําหนดเงื่อนไขและผลประโยชน์ตอบแทนการบริหารจัดการท่าเรือ และ อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดค่าตอบแทน 

 

 โครงการ 13 : โครงการนำที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพสนับสนุนโครงการด้าน Logistic เพื่อรองรับ AEC

         กรมธนารักษ์มีนโยบายในการนําที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพเหมาะสมที่อยู่ตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic Corridor) รวมท้ังจุดผ่านแดน (CheckPoint) ที่สำาคัญมาดําเนินโครงการต่างๆเพื่อรองรับการพัฒนาระบบ Logistic ของประเทศ โดยเป็นศูนย์พักและกระจายสินค้า (คลังสินค้า) โดยจะดําเนินโครงการในแนวพื้นที่/เส้นทางเศรษฐกิจ สําคัญสนับสนุนการจัดต้ังเขตปลอดภาษี (Free Zone) พัฒนาปรับปรุงศักยภาพท่าเรือในพื้นที่แนวเชื่อมสองฝั่งทะเลภาคใต้ (Land Bridge สงขลา ท่าเรือน้ําลึกสงขลา-สตูล ท่าเรือปากบารา) และการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือน้ําลึกภูเก็ตให้สามารถ รองรับได้ทั้งเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยว ซึ่งต้องดําเนินการสํารวจพื้นที่ที่มีศักยภาพมาดําเนินโครงการ ศึกษาความเป็นไปได้เบื้องตน กําหนดพื้นที่เป้าหมายและคัดเลือกผู้เข้าดําเนินโครงการภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2552 และกฎหมายอื่นท่ีเก่ียวข้อง และมีเป้าหมายที่จะตรวจสอบที่ราชพัสดุที่มีศักยภาพ และมีขนาดเนื้อที่ที่มีความเหมาะสมกับโครงการ โดยให้เอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีภารกิจและความพร้อมเป็น ผู้ดําเนินโครงการ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กรมธนารักษ์ได้ดำเนินการกําหนดพื้นที่เป้าหมายจํานวน 2 แปลง คือ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.662 ตําบลนาโพธิ์ อําเภอสวี จังหวัดชุมพร เนื้อที่ 20-3-96 ไร่ เพื่อตั้งเป็นด่านศุลกากร ชุมพร และแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ตร. 268 อําเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เนื้อที่ 10-0-00 ไร่ เพื่อก่อสร้างคลังสินค้า และลานตรวจรับสินค้าของด่านศุลกากรคลองใหญ่ จังหวัดตราด

 

โครงการ 14: โครงการนำที่ราชพัสดุมาสนับสนุนโครงการบ้านพักผู้สูงอายุ (Retirement Home)

         กรมธนารักษ์ได้จัดสวัสดิการที่พักอาศัยและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่ผู้สูงอายที่มีรายได้ปานกลางแต่มีปัญหาการอยู่ร่วมกับครอบครัวหรือไม่สามารถอยู่อาศัยกับญาติพี่ น้องได้เข้าถึงบริการของรัฐประเภทเสียค่าบริการและเพื่อเป็นการปรับปรุงคุณภาพบ้านพักอาศัยสําหรับผู้สูงอายุให้มีมาตรฐานและคุณภาพยิ่งขึ้น โดยรูปแบบโครงการมีลักษณะเป็นบ้าเดี่ยวพักอาศัยหรืออาคารชุดพักอาศัยที่ออกแบบ โดยเน้นการอํานวยความสะดวกสําหรับผู้สูงอายุ มีสัญญาณฉุกเฉินติดต่อศูนย์การแพทย์ 24 ชั่วโมง การดําเนินการมี 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางบรูณาการกับส่วนราชการและแนวทางเปิดประมูลเป็นการทั่วไปเพื่อหาผู้พัฒนาที่ราชพัสดุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กรมธนารักษ์ได้ดําเนินการ ดังนี้

         1. การดําเนินการโดยส่วนราชการ กรมธนารักษ์ได้ดําเนินโครงการนําร่อง จํานวน 1 แห่ง คือ ที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ นย.287 อําเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เนื้อที่ 14-1-59 ไร่ โดยกรมธนารักษ์อนุญาตให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์เป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการในที่ดินราชพัสดุแปลงดังกล่าว โดยจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) แล้วเมื่อวันจันทร์ท่ี 1 กรกฎาคม 2556 ณ กรมธนารักษ์

         2. การดําเนินการตามแนวเปิดประมูลเป็นการทั่วไป กรมธนารักษ์จะดําเนินการเปิดประมลูหาผู้ลงทุนพัฒนาโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 โดยเบื้องต้นกรมธนารักษ์อนุมัติในหลักการให้นําที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลข ทะเบียนที่ อ.ชม.20 ตําบลป่าแดด อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แปลงโรงสุรากรมสรรพสามิตเดิม) เนื้อท่ี 7-2-76 ไร่ และแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม.35 และ ชม.1698 ตําบลช้างคลาน อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แปลงโรงงานอุตสาหกรรมห้องเย็นเดิม) เนื้อที่ 9-3-33 ไร่ เปิดประมูลเป็นการท่ัวไปเพื่อหาผู้ลงทุนพัฒนาเป็นโครงการฯ ภายใต้เงื่อนไขที่กรมธนารักษ์กำหนซึ่งขณะอยู่ระหว่างกรมธนารักษ์พิจารณากําหนด TOR ให้เหมาะสมกับสภาพที่ดินท่ีจะนําไปเปิดประมูล นอกจากนี้กรมธนารักษ์ยังได้จัดหาที่ราชพัสดุแปลงท่ีจะนํามาพัฒนาเป็นโครงการในลําดับต้นไป คือ ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ อ.ชร.30 และ อ.ชร.31 ตําบลศรีถ้ำ อําเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย (พื้นที่ ติดกัน) เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่

 

โครงการ 15 : โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ

         กรมธนารักษ์ได้นำที่ดินราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชนและหรือไม่เหมาะสมที่จะใช้ประโยชน์ในทางราชการแต่มีศักยภาพเหมาะสมในการนํามาพัฒนาในเชิงพาณชิย์มาจัดหาประโยชนโดยการเปิดประมลูหาผู้ลงทุน หรือนํามาจัดให้เช่าเพี่อหารายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มในที่ดินดังกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 มีเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้จากการ บริหารที่ราชพัสดุ จํานวน 3,700 ล้านบาท โดยสามารถจัดเก็บได้ จํานวน 3,952.318 ล้านบาท สําหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 มีเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้ จํานวน 3,750 ล้านบาท สามารถจัดเก็บได้ จํานวน 4,662.550 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย จํานวน 912.550 ล้านบาท

 

โครงการ 16: โครงการการวางแผนการใช้ที่ราชพัสดุด้านผังเมือง

         โดยการประสานการจัดวางผังเมืองร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง จํานวน 13 ผัง ไดแก่ ผังเมืองรวมชุมชน ทับกวาง จังหวัดสระบุรี ผังเมืองรวมชุมชนศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผังเมืองรวมชุมชนทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผังเมืองรวมเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ผังเมืองรวมชุมชนหัวดง จังหวัดอุตรดิตถ์ ผังเมืองรวมเมืองโคกสําโรง จังหวัดลพบุรี ผังเมืองรวมชุมชนบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ผังเมืองรวมเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ผังเมือง รวมเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ผังเมืองรวมชุมชนไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ผังเมืองรวมเมืองพังงา จังหวัดพังงา และผังเมืองรวมเมืองตะก่ัวป่า จังหวัดพังงา

 

pj2.jpg

 

โครงการ 17: โครงการศูนย์การเรียนรู้กรมธนารักษ์ ห้องสมุดชุมชน (ที่ราชพัสดุแปลงโรงพิมพ์คุรุสภา)

       กรมธนารักษ์ได้ดําเนินการปรับปรุงอาคารโรงพิมพ์คุรุสภาเดิม ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1-0-88 ไร่ เป็นศูนย์การเรียนรู้กรมธนารักษ์ ห้องสมุดชุมชน โดยคณะอนุกรรมการ อนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ มีมติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 เห็นชอบในหลักการสนับสนุนกรมธนารักษ์ใช้ ประโยชนอาคารและที่ราชพัสดุแปลงโรงพิมพ์คุรุสภาเดิมเป็นพิพิธภัณฑ์และใช้ประโยชนเพื่อชุมชน ตามโครงการศูนย์การ เรียนรู้กรมธนารักษ์ ห้องสมุดชุมชน กรมธนารักษ์ได้ดําเนินการปรับปรุงอาคารต้ังแต่วันที่ 17 เมษายน 2556 เป็นต้นมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2557

 

โครงการ 18: การสำรวจที่ราชพัสดุ 3 กิจกรรม    

       เพื่อให้การจัดทําฐานข้อมูที่ราชพัสดุมีความครบถ้วนสมบูรณ์ทุกแปลเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการที่ราชพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อป้องกันการบุก รุกและโต้แย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงประกอบการพิจารณาให้การ สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ อาทิ หลักฐานเอกสารสิทธ์ิท่ีดิน แผนท่ีขอบเขตแปลงที่ดิน แผนที่ แสดงเขตเช่า และแผนที่แสดงการบุกรุกท่ีราชพัสดุ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ได้จัดทําแผนงานสํารวจท่ีราชพัสดุ 3 กิจกรรม ซึ่งมีผลการดําเนินงาน ดังนี้
       1. โครงการสํารวจรังวัดปักหลักเขตที่ราชพัสดุ เป้าหมาย 227 แปลงสามารถดําเนินการได้ 242 แปลง คิดเป็นร้อยละ 106.61
       2. โครงการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่ราชพัสดุ เป้าหมาย 183 แปลงสามารถดําเนินการได้ 185 แปลง คิดเป็นร้อยละ 101.09
       3. โครงการสํารวจรังวัดจัดทําแผนที่แสดงรายละเอียดเขตเช่าที่ราชพัสดุเป้าหมาย 1,973 รายสามารถ ดําเนินการได้ 2,072 ราย คิดเป็นร้อยละ 105.02

 

โครงการ 19: การสำรวจกำแพงเมือง - คูเมือง   

       กําแพงเมือง - คูเมือง เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง เช่น ป้องกันข้าศึกศัตรู หรือ ระบบระบายนํ้าของเมืองในอดีตและบางเมืองยังใช้ถึงปะจจุบัน มิได้ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนของประชาชนคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะจึงมีสถานะทางที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผนดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน โดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 1304 (3) เป็นที่ราชพัสดุตามมาตรา 4 โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามนัยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 และกรมธนารักษ์มีหน้าที่ในการปกครอง ดูแลรักษา และบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์ท่ีดินกําแพงเมือง - คูเมือง จึงได้กําหนดแผนการสํารวจกําแพงเมือง - คูเมือง มาอย่างต่อเน่ืองประจําทุกปีเพื่อป้องกันและลดปัญหาการโต้แย้งสิทธิ์ในเขตที่ดินกําแพงเมือง - คูเมือง โดยได้ว่าจ้างทปรีกษาที่มีความเชียวชาญด้านโบราณคดี ด้านธรณีวิทยาและด้านการอ่านแปลตีความแผนท่ีภาพถ่ายทางอากาศ ทําการศึกษาวิเคราะห์และนําผล เสนอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วจึงดําเนินการการสํารวจรังวัดจัดทําแผนที่กําหนดขอบเขต ท่ีดินกําแพงเมือง - คูเมือง ในภาคพื้นดิน โดยใช้ข้อมูลจากผลการศึกษาวิเคราะห์ สรุปผลการดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กรมธนารักษ์ได้จ้างศึกษาวิเคราะห์กําหนดขอบเขตที่ดินกําแพงเมือง - คูเมือง จํานวน 22 เมือง เช่น เมืองคูตะคร้อ จังหวัดนครราชสีมา เมืองคูบัว จังหวัดบุรีรัมย์ เมืองปราจีนบุรี และเมืองเจีย จังหวัดมหาสารคาม เป็นต้น และทําการสํารวจรังวัดกําหนดขอบเขตที่ดินกําแพงเมือง - คูเมือง ลงในภาคพ้ืนดิน จํานวน 27 เมือง เช่น เมืองเสมา จังหวัดนครราชสีมา เมืองสระแก้ว จังหวัดนครสรรค์ เมืองผ้ึง จังหวัดน่าน และเมืองพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์

 

pj3.jpg

 

 

โครงการ 20: การกำหนดพิกัดหมุนหลักฐานแผนที่ด้วยระบบดาวเทียม (GPS)  

       ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ พ.ศ. 2550 (กมร.) กําหนดมาตรฐานแผนที่เป็นระบบพิกัดฉาก ยูทีเอ็ม และตามคําสั่งกรมธนารักษ์ที่ 102/2547 ลงวันท่ี 3 กันยายน พ.ศ.2547 เร่ืองวิธีปฏิบัติและการรายงานเกี่ยวกับการสํารวจรังวัดที่ราชพัสดุ ข้อ 12 กําหนดวิธี ปฏิบัติในการรังวัดหาพิกัดตําแหน่ง โดยใช้สัญญาณดาวเทียม (GPS) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานสํารวจรังวัดจัดทําแผนที่ ที่ราชพัสดุ สําหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กรมธนารักษ์ได้ดําเนินการกําหนดพิกัดหมุดหลักฐานแผนที่ด้วยระบบ สัญญาณดาวเทียม (GPS) จํานวน 282 หมุด เช่น โครงการสํารวจกําแพงเมือง - คูเมือง เมืองสระแก้ว จังหวัดนครสรรค์ เวียงส้มโฮงจังหวัดร้อยเอ็ดการรังวัดจัดทําแผนทรี่ายละเอียดแสดงการใช้ประโยชน์แปลงพระราชกฤษฎีกากําหนดเขต หวงห้ามฯ อําเภอฝาง อําเภอแมริม จังหวัดเชียงใหม่ โครงการรัฐเอื้อราษฎร อําเภอท่าปลา จังหวัดอุรดิตถ์ โครงการขอคืน ที่ราชพัสดุ อําเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี และโครงการจัดทําแผนท่ีทางกายภาพ อําเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

 

 

 

จำนวนครั้งที่เข้าชม : 1347 ครั้ง
ลงข้อมูลโดย : Super Users