img

วันที่ลง :  19-12-2014

เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน

        

c_6.jpg

      เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในรัชกาลปัจจุบัน  เริ่มผลิตออกใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๓ โดยแรกเริ่มมีเพียง ๔ ชนิดราคา ได้แก่  ๕๐ สตางค์  ๒๕ สตางค์  ๑๐ สตางค์ และ ๕ สตางค์ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๐  จึงมีการผลิตเหรียญโลหะสีขาว ชนิดราคา ๑ บาท ตราแผ่นดิน ออกใช้เป็นครั้งแรก  ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕  รัฐบาลมีนโยบายงดผลิตธนบัตรชนิดราคา ๕ บาท จึงได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ชนิดราคา ๕ บาท ออกใช้เป็น     ครั้งแรก  โดยรุ่นแรกเป็นเหรียญเก้าเหลี่ยมทำด้วยโลหะทองแดงผสมนิกเกิล  ทำให้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๐ มี ๖ ชนิดราคา ได้แก่ 5 บาท  ๑ บาท  ๕๐ สตางค์  ๒๕ สตางค์      ๑๐ สตางค์ และ ๕ สตางค์

      เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ  ชนิดโลหะ  ลวดลาย  และขนาดอย่างต่อเนื่อง  แต่เป็นการปรับเปลี่ยนเฉพาะบางชนิดราคา  จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๓๐  กรมธนารักษ์ได้ออกใช้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดใหม่  ทุกชนิดราคา  และออกใช้เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา ๑๐ บาท ทดแทนการใช้ธนบัตรชนิดราคา ๑๐ บาท ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหยุดผลิต  รวมทั้งได้ออกเหรียญชนิดราคา ๑ สตางค์  เพื่อเพิ่มเงินหน่วยย่อยในระบบบัญชี  โดยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชุดนี้มีลวดลายด้านหลังเป็นรูปศาสนสถานสำคัญซึ่งเป็นที่เคารพของประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ  ประกอบด้วยเหรียญรวม ๘ ชนิดราคา ได้แก่  ๑๐ บาท  ๕ บาท  ๑ บาท  ๕๐ สตางค์  ๒๕ สตางค์  ๑๐ สตางค์  ๕ สตางค์ และ ๑ สตางค์

      ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ  เมื่อกรมธนารักษ์ได้ผลิตและนำออกใช้เหรียญชนิดราคา ๒ บาท เป็นครั้งแรก ตามหลัก Binary decimal system   การออกใช้เหรียญชนิดราคา ๒ บาท คั่นระหว่างชนิดราคา ๑ บาท และ ๕ บาท จะช่วยลดปริมาณความต้องการเหรียญ ๑ บาท โดยเหรียญชนิดราคา ๒ บาท ผลิตจากโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล  และปรับลักษณะเฟืองที่ขอบเหรียญให้ผู้พิการทางสายตาสามารถแยกแยะได้โดยง่าย

        จากการเพิ่มเหรียญ ๒ บาท ทำให้เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนมี ๙ ชนิดราคา ได้แก่ ๑๐ บาท  ๕ บาท  ๒ บาท  ๑ บาท  ๕๐ สตางค์  ๒๕ สตางค์  ๑๐ สตางค์  ๕ สตางค์ และ ๑ สตางค์แต่เนื่องจากราคาโลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญเพิ่มสูงขึ้นมาก  เป็นผลให้เหรียญกษาปณ์หลายชนิดราคามีต้นทุนสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ  ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑  กรมธนารักษ์จึงได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ชุดใหม่ โดยปรับรูปแบบด้านหน้าเหรียญทุกชนิดราคา  จากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  และปรับชนิดโลหะและน้ำหนักให้มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม  โดยเหรียญชนิดราคา ๒ บาท  ได้มีการปรับเปลี่ยนจากโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล มาเป็นโลหะผสมอะลูมิเนียมบรอนซ์ ทำให้มีสีแตกต่างจากเหรียญชนิดราคา ๑ บาท

Coin5.gif

ชนิดราคา 10 บาท

    เหรียญชนิดราคา ๑๐ บาทชุดใหม่ ยังคงใช้โลหะสองสีเหมือนเดิม คือ วงนอกสีขาวซึ่งเป็นโลหะผสมคิวโปรนิกเกิล และวงในสีเหลืองซึ่งเป็นโลหะอลูมิเนียมบรอนซ์  รวมทั้งยังคงใช้กับเครื่องหยอดเหรียญได้และมีคุณสมบัติที่ยากต่อการปลอมแปลงเช่นเดียวกับเหรียญรุ่นเดิม  ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม  กรุงเทพมหานคร

Coin6.gif

ชนิดราคา 5 บาท

   เมื่อโลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญหลายชนิดราคาในตลาดโลก  มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ทำให้เหรียญหลายชนิดราคามีมูลค่าหน้าเหรียญต่ำกว่าเนื้อโลหะที่ใช้ในการผลิต  โดยเฉพาะเหรียญชนิดราคา ๕ บาท ซึ่งมีต้นทุนการผลิตจากโลหะที่ใช้ในการผลิตสูงกว่าราคาหน้าเหรียญ    จึงเกิดความเสี่ยงในการปลอมแปลง  เพื่อนำมาใช้ทั้งในท้องตลาดและกับเครื่องหยอดเหรียญ กรมธนารักษ์จึงปรับลดน้ำหนักเหรียญชนิดราคา ๕ บาท  ลงตามความเหมาะสม  โดยเหรียญชนิดราคา ๕ บาท ยังคงใช้โลหะคิวโปรนิกเกิลสอดไส้ทองแดงดังเดิม   แต่ได้ปรับลดน้ำหนักจาก ๗.๕ กรัม ลดลงเป็น ๖ กรัม ส่วนความหนายังคงสอดคล้องกับกระบวนการผลิตและความเหมาะสมกับการใช้งานปัจจุบัน   สำหรับลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  กรุงเทพมหานคร

 22

ชนิดราคา 2บาท

     กรมธนารักษ์ได้ทำการศึกษาหาวิธีปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนการผลิต  รวมทั้งปัญหาความสับสนในการใช้เหรียญชนิดราคา ๑ บาทและ ๒ บาทรุ่นแรก และเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี หรือโลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญแต่ละชนิดราคาให้เหมาะสม จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต  ตลอดจนแยกความแตกต่างของเหรียญอย่างได้ผล  ดังนั้น  จึงมีการปรับเปลี่ยนโลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญชนิดราคา ๒ บาทชุดใหม่ จากเดิมมาเป็นโลหะผสมอลูมิเนียมบรอนซ์  ซึ่งแม้จะมีต้นทุนจะสูงกว่าโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิลแบบเดิม  แต่มีผลในการแยกความแตกต่างของเหรียญชนิดนี้ออกได้อย่างชัดเจน  รวมทั้งการเปลี่ยนมาใช้โลหะต่างสีกันทำให้ไม่ต้องถอนคืนเหรียญรุ่นเดิม และยังได้ปรับน้ำหนักจาก ๔.๔ กรัม ลดลงเป็น ๔ กรัม   ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระบรมบรรพตวัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร

c_7.jpg
ชนิดราคา 1 บาท

    เพื่อความเหมาะสมในด้านต้นทุนการผลิต จึงมีการปรับเปลี่ยนโลหะที่ใช้ในการผลิตเหรียญชนิดราคา ๑ บาทชุดใหม่มาเป็นโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิลซึ่งมีต้นทุนต่ำ โดยที่ยังคงขนาดและความหนาเท่าเดิม และยังคงใช้กับเครื่องหยอดเหรียญได้  รวมทั้งยังปรับน้ำหนักจาก ๓.๔ กรัม ลดลงเป็น ๓ กรัม ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระศรีรัตนเจดีย์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง  กรุงเทพมหานคร

Coin8.gif
ชนิดราคา 50 สตางค์

    เหรียญชนิดราคา ๕๐ สตางค์ชุดใหม่ มีการปรับเปลี่ยนโลหะมาใช้โลหะไส้เหล็กชุบทองแดง  ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ผลิตเหรียญชนิดราคาต่ำในต่างประเทศอย่างแพร่หลาย เช่น เหรียญ ๑ ยูโรเซ็นต์  เหรียญ ๑ เพนนี เป็นต้น  น้ำหนักประมาณ ๒.๔ กรัม ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระเจดีย์วัดพระธาตุดอยสุเทพ  จังหวัดเชียงใหม่

Coin9.gif
ชนิดราคา 25 สตางค์

    ชนิดราคา ๒๕ สตางค์ชุดใหม่ มีการปรับเปลี่ยนโลหะมาใช้โลหะไส้เหล็กชุบทองแดง  แต่ยังคงมีน้ำหนักเท่าเดิมคือประมาณ ๑.๙ กรัม ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช  จังหวัดนครศรีธรรมราช

Coin10.gif
ชนิดราคา 10 สตางค์

   เหรียญชนิดราคา ๑๐ สตางค์ชุดใหม่ มีการปรับเปลี่ยนโลหะมาใช้อลูมิเนียมบริสุทธิ์  ซึ่งในการปรับเปลี่ยนโลหะชนิดนี้ไม่ได้กระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยกรมธนารักษ์ได้ทำการผลิตเหรียญชนิดราคา ๑๐ สตางค์  ๕ สตางค์ และ ๑ สตางค์เอง เนื่องจากมีความต้องการใช้น้อยมากเมื่อเทียบกับเหรียญชนิดราคาอื่นๆ  ทั้งนี้  ยังคงมีน้ำหนักเท่าเดิมคือประมาณ ๐.๘ กรัม ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระเจดีย์พระธาตุเชิงชุม  จังหวัดสกลนคร

Coin11.gif
ชนิดราคา 5 สตางค์

    เหรียญชนิดราคา ๕ สตางค์ชุดใหม่ มีการปรับเปลี่ยนโลหะมาใช้อลูมิเนียมบริสุทธิ์  และมีการปรับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางจาก ๑๖ มิลลิเมตร ซึ่งเท่ากับเหรียญชนิดราคา ๒๕ สตางค์ ให้เป็นขนาด ๑๖.๕ มิลลิเมตร สำหรับน้ำหนักยังคงเท่าเดิมคือประมาณ ๐.๖ กรัม ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

Coin12.gif
ชนิดราคา 1 สตางค์

   เหรียญชนิดราคา ๑ สตางค์ชุดใหม่ มีการปรับเปลี่ยนโลหะมาใช้อลูมิเนียมบริสุทธิ์ สำหรับน้ำหนักยังคงเท่าเดิมคือประมาณ ๐.๕ กรัม ส่วนลวดลายมีการปรับเฉพาะด้านหน้า  โดยเปลี่ยนจากพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุปัจจุบัน  ลวดลายด้านหลังยังคงเหมือนเดิมคือ รูปพระเจดีย์วัดพระธาตุหริภุญชัย  จังหวัดลำพูน

จำนวนครั้งที่เข้าชม : 696 ครั้ง
ลงข้อมูลโดย : Administrator