img

ประชาคมอาเซียน :
วันที่ลง :  12-01-2015

สาระสําคัญของพิมพ์เขียวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC Blueprint)

 

                 เพื่อให้เป้าหมายการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทั้ง 4 ประการบรรลุผลสําเร็จ อาเซียนได้ จัดทําแผนงานในเชิงบูรณาการการดําเนินงานในด้านเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อให้เห็นแนวทางการดําเนินงาน ในภาพรวมที่จะนําไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2015 ได้อย่างชัดเจนร่วมกัน ในการนี้   ผู้นําอาเซียนจึงได้ลงนามแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint) โดยประกอบด้วย แผนการดําเนินงาน (AEC Blueprint) และตารางเวลา ดําเนินงาน (Strategic Schedule) ซึ่งเป็นเอกสารผนวก ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13  ที่สิงคโปร์ เมื่อปี พ.ศ. 2550 การจัดทําพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีความสําคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจาก จะเป็นการกําหนดทิศทางดําเนินงานในด้านเศรษฐกิจให้ชัดเจนตามกรอบระยะเวลาที่กําหนดจนบรรลุ เป้าหมายประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี ค.ศ. 2015 และเป็นการสร้างพันธะสัญญาระหว่างประเทศ สมาชิกที่จะดําเนินการไปสู่เป้าหมายดังกล่าวโดยพิมพ์เขียวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  (AEC Blueprint) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสําคัญ

การเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วมกัน

การสร้างขีด ความสามารถ
ในการแช่งขันทางเศรษฐกิจ ของอาเซียน

การพัฒนาเศรษฐกิจ
 อย่างเสมอภาค

การบูรณาการเข้ากับ เศรษฐกิจโลก

แผนงานที่จะส่งเสริม ให้มีการเคลื่อนย้าย สินค้าบริการ
การลงทุน และแรงงานมี ฝีมืออย่างเสรีและการ เคลื่อนย้ายเงินทุน อย่างเสรีมากขึ้น 

แผนงานที่จะส่งเสริม การสร้างความสามารถ ในด้านต่างๆเช่น นโยบายการแข่งขันสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายภาษีและการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเงิน การขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ

แผนงานที่จะส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของสมาชิกและลดช่องว่างของ ระดับการพัฒนาระหว่างสมาชิกเก่าและใหม่เช่น สนับสนุนการพัฒนา SMEs

แผนงานที่จะส่งเสริมการ รวมกลุ่ม เข้ากับประชาคมโลกโดยเน้น การปรับประสาน นโยบายเศรษฐกิจของ อาเซียนกับประเทศ ภายนอกภูมิภาคเช่น การจัดทําเขตการค้าเสรี และการสร้างเครือข่ายในด้านการผลิต/ จําหน่ายเป็นต้น 


 สําหรับองค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ การปรับปรุงกลไกด้านสถาบันโดยการจัดตั้งกลไกการหารือ ระดับสูง ประกอบด้วย ผู้แทนระดับรัฐมนตรีทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนอาเซียน ตลอดจน การพัฒนาระบบกลไกการตรวจสอบติดตามผลการดําเนินงาน (Peer Review) และจัดหาแหล่ง ทรัพยากรสำหรับการดําเนินงานกิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิผล สาระสําคัญของพิมพ์เขียวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) สามารถสรุป สาระสําคัญได้ ดังนี้

องค์ประกอบหลัก แนวทางการดําเนินงาน
1) การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
   (1)  การเคลื่อนย้ายสินค้าที่เสรี

- การขจัดภาษี ภาษีสําหรับสินค้าภายในอาเซียนจะถูกขจัด สอดคล้องกับกรอบเวลาและพันธกรณีที่ระบุไว้ภายใต้ CEPT-AFTA และความตกลง/พิธีสารอื่นที่เกี่ยวข้องเช่น ขจัดภาษีนําเข้าสําหรับ สินค้าทุกรายการ ยกเว้นสินค้าอ่อนไหวและอ่อนไหวสูง ภายในปี 2010สําหรับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6ประเทศ และภายในปี 2015

- การขจัดมาตรการที่มิใช่ภาษี เช่น ยกเลิกมาตรการมิใช่ภาษีที่เป็น อุปสรรคต่อการค้า (NTBs) ทั้งหมดภายในปี 2010 สําหรับประเทศ สมาชิกอาเซียนเดิม 5ประเทศ ปี 2012 สําหรับฟิลิปปินส์ และ ปี 2015 โดยมีความยืดหยุ่นได้ถึงปี 2018 สําหรับประเทศ CLMV

- กฎว่าด้วยแหล่งกําเนิดสินค้า (Rule of Origin)  ดําเนินการใช้ กฎว่าด้วยแหล่งกําเนิดสินค้าที่ตอบสนองต่อพลวัตรและ

- การเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการผลิตของโลก เพื่อส่งเสริมการค้าและ การลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน สนับสนุนเครือข่ายการ ผลิตระดับภูมิภาค ส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม ลดช่องว่างการพัฒนา และสนับสนุนการเพิ่มการใช้สิทธิ ประโยชน์ภายใต้กรอบ CEPT-AFTA

- การอํานวยความสะดวกทางการค้า  กฎระเบียบ ขั้นตอน  วิธีการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทางการค้าและศุลกากรที่ไม่ยุ่งยาก เป็น แนวเดียวกัน มีมาตรฐาน จะลดต้นทุนทางธุรกรรมในอาเซียนซึ่งจะ ช่วยส่งเสริมขีดความสามารถในการส่งออก และอํานวยความ สะดวกการรวมตัวของอาเซียนให้เป็นตลาดเดียวสําหรับการค้า สินค้า  การค้าบริการและการลงทุน
และการเป็นฐานการผลิตเดียว

- การรวมกลุ่มทางศุลกากร  วิสัยทัศน์ด้านศุลกากรของอาเซียนปี 2020 ได้ถูกเร่งรัดเป็น
ปี 2015โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์สําหรับ การพัฒนาศุลกากรระหว่างปี 2005-2010
มีจุดมุ่งหมาย (a) รวมกลุ่มโครงสร้างด้านศุลกากร (b) ปรับการจําแนกพิกัด ศุลกากร
การประเมินศุลกากร การกําหนดแหล่งกําเนิดสินค้าให้ ทันสมัย และจัดทําระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน  (c)  ปรับระบบการตรวจปล่อยสินค้าให้มีความคล่องตัวมาก
ขึ้น (d) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (e) เสริมสร้างการเป็นหุ้นส่วนกับ องค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง (f) ลดช่องว่างในการพัฒนาด้าน ศุลกากร และ (g) นําเทคนิคการบริหารจัดการความเสี่ยงและระบบ การควบคุมตรวจสอบเพื่อการอํานวยความสะดวกทางการค้ามาใช้ -มาตรฐานและอุปสรรคทางเทคนิค  มาตรฐาน กฎระเบียบด้าน เทคนิคและการประเมินความสอดคล้องจะต้องมีการปรับประสาน ให้อยู่ในแนวเดียวกัน โดยจัดทําแนวปฏิบัติด้านมาตรฐานและความ สอดคล้องของอาเซียนให้โปร่งใสมากขึ้น ปรับปรุงคุณภาพของการ ประเมินความสอดคล้อง และให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน  

(2)  การเคลื่อนย้ายบริการที่ เสรี เป็นการลดข้อจํากัดต่อผู้ให้บริการของอาเซียนในการให้บริการ และ เข้ามาจัดตั้งกิจการในประเทศสมาชิกอื่นตามเงื่อนไขกฎเกณฑ์ ภายในประเทศ เช่น การจัดทําคุณสมบัติวิชาชีพเพื่ออํานวยความ สะดวกการเคลื่อนยายบุคลากรในภูมิภาค การเปิดเสรีภาคการเงิน เป็นต้น
(3) การเคลื่อนย้ายการลงทุน ที่เสรี โดยจัดทําความตกลงเขตการลงทุนอาเซียนเต็มรูปแบบ (ACIA) ซึ่ง อิงตามความตกลงเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) และความตกลง คุ้มครองการลงทุนของอาเซียน (IGA) ที่มีอยู่เดิมให้ครอบคลุมการ ดําเนินงานในด้านต่างๆ เช่น การคุ้มครองการลงทุน การอํานวย ความสะดวกและความร่วมมือ การส่งเสริมและการสร้างความรับรู้ ในด้านการลงทุนและการเปิดเสรีการลงทุน
(4)  การเคลื่อนย้ายเงินทุน ที่เสรีมากขึ้น โดยส่งเสริมการพัฒนาและการรวมกลุ่มตลาดทุนของอาเซียน เช่น การปรับประสานมาตรฐานด้านตลาดทุนในอาเซียนในด้านที่ เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์ในการเสนอขาย ตราสารหนี้ ข้อกําหนดใน การเปิดเผยข้อมูล และกฎเกณฑ์การจัดจําหน่ายระหว่างกันให้มาก ขึ้น การอนุญาตการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรีมากขึ้น เช่น ยกเลิก หรือผ่อนคลายข้อกําหนดใน
การเคลื่อนย้ายทุน
(5)  การเคลื่อนย้ายแรงงาน ฝีมือที่เสรี  

โดยบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายหรืออํานวยความสะดวกในการ เดินทางสําหรับบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของประเทศผู้รับ เช่น อํานวยความสะดวกในการตรวจลงตราและใบอนุญาตทํางาน สําหรับผู้ประกอบวิชาชีพและแรงงานฝีมืออาเซียนที่เกี่ยวข้องกับ การค้าข้ามพรมแดน และกิจกรรม
ที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุน เป็นต้น ตลอดจนประสานและสร้างมาตรฐานอํานวยความสะดวกในการ เคลื่อนย้ายบุคลากรในภูมิภาคเพื่ออํานวยความสะดวกในการเปิดเสรี การค้าบริการ เช่น ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสมาชิกของ เครือข่ายมหาวิทยาลัยของอาเซียน (AUN)
เพื่อเพิ่มการเคลื่อนย้าย ทั้งนักเรียนและเจ้าหน้าที่ภายในภูมิภาค 

(6) การรวมกลุ่มสาขาสําคัญ ของอาเซียน  ในระยะแรกอาเซียนจะมุ่งใช้ทรัพยากรในการพัฒนาการรวมกลุ่ม ที่จํากัดในบางสาขาสําคัญจํานวน 12 สาขา เพื่อเป็นแรงกระตุ้น การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภาพรวมของอาเซียนโดยประเทศสมาชิก หลายประเทศได้รับหน้าที่การเป็นผู้ประสานงานในแต่ละสาขา โดย สาขาสําคัญแต่ละสาขาจะมีแผนงานซึ่งรวมมาตรการเฉพาะสาขา และมาตรการในภาพรวมที่
คาบเกี่ยวการดําเนินงานทุกสาขา เช่น มาตรการอํานวยความสะดวกทางการค้า
(7) ความร่วมมือด้านอาหาร การเกษตร และป่าไม้ เพื่อเป็นการเพิ่มการค้าภายในและภายนอกอาเซียน และพัฒนา ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอาหาร เกษตร และป่าไม้ ใน ระยะยาว เช่น พัฒนาและใช้ระบบบริหารจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์ ประมง เป็นต้น ส่งเสริมความร่วมมือ แนวทางร่วมและการถ่ายโอน เทคโนโลยี ระหว่างอาเซียนกับองค์กรระดับนานาชาติ ระดับ ภูมิภาคและภาคเอกชน เช่น ความร่วมมือด้านการวิจัยและการถ่าย โอนเทคโนโลยี และส่งเสริมสหกรณ์การเกษตรของอาเซียน เช่น จัดตั้งการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจกับสหกรณ์การเกษตร
2)การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง
(1) นโยบายการแข่งขัน  เพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการแข่งขันอย่างยุติธรรมภายใน ภูมิภาค เช่น ผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศมี นโยบายด้านการแข่งขันทางการค้าภายในปี ค.ศ. 2015 จัดตั้ง เครือข่ายหน่วยงานกํากับดูแลที่เกี่ยวข้องด้านนโยบายการแข่งขัน เพื่อเป็นเวทีสําหรับหารือและประสานงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การแข่งขัน เป็นต้น 
(2) การคุ้มครองผู้บริโภค  เช่น เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในอาเซียน โดยการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ในอาเซียน (ASEAN Coordinating Committee on Consumer Protection - ACCCP) และจัดตั้งเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การคุ้มครองผู้บริโภคเพื่ออํานวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยน ข้อมูล 
(3) สิทธิ์ในทรัพย์สินทาง ปัญญา เช่น การดําเนินการตามแนวทางของแผนปฏิบัติการด้านสิทธิใน ทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน 2004-2010 (ASEAN IPR Action Plan 2004-2010) และ แผนงานความร่วมมืออาเซียนด้านลิขสิทธิ์ (ASEAN Cooperation on Copyrights) - จัดตั้งระบบจัดเก็บข้อมูลของอาเซียนเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ ผู้ใช้ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านทรัพย์สินทาง ปัญญาของประเทศสมาชิกอาเซียน
(4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

- ความร่วมมือด้านการขนส่งเพื่อพัฒนาการใช้ศักยภาพของเขตการค้า เสรีอาเซียนได้อย่างเต็มที่ ทั้งการเป็นฐานการผลิตเดียว การท่องเที่ยว และการลงทุน การลดช่องว่างการพัฒนา และการเชื่อมโยงอาเซียน กับประเทศเพื่อนบ้านทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ และเอเชียใต้ - การขนส่งและการอํานวยความสะดวกด้านการขนส่งต่อเนื่อง หลายรูปแบบโดยดําเนินมาตรการภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการ ขนส่งของอาเซียน (ATAP) 2005-2010 ซึ่งครอบคลุมการขนส่งทาง น้ํา ทางบก และทางอากาศ และการอํานวยความสะดวกด้านการ ขนส่ง เช่น ดําเนินการตามกรอบความตกลงว่าด้วยการอํานวยความ สะดวกสินค้าผ่านแดนของอาเซียนภายในปี 2009

- การขนส่งทางบก  ให้ความสําคัญกับการดําเนินโครงการเชื่อมโยง เส้นทางรถไฟระหว่างสิงคโปร์-คุนหมิง (SKRL) และโครงการ เครือข่ายทางหลวงอาเซียน (AHN) ให้เสร็จสมบูรณ์

- การขนส่งทางน้ําและทางอากาศ โดยนําหลักการและกรอบการ ทํางานเพื่อให้มีตลาดการขนส่งสินค้าทางเรือเพียงตลาดเดียวมาใช้ และพัฒนาการเป็นตลาดเดียวในด้านการบินของอาเซียนอย่างเป็น รูปธรรม

- โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Information Infrastructure) ดําเนินการเพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างกัน (interconnectivity) และการทํางานร่วมกันทางเทคนิค (technical interoperability) ระหว่างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การยกระดับเครือข่ายแห่งชาติที่มีอยู่และพัฒนาเครือข่ายดังกล่าวให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของภูมิภาค เช่น พัฒนาการ เชื่อมโยงความเร็วสูง (high-speed connection) ระหว่าง โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (National Information Infrastructures: NII) ของทุกประเทศสมาชิกอาเซียน

- ความร่วมมือด้านพลังงาน เช่น เร่งการพัฒนาโครงการเครือข่าย ระบบสายส่งไฟฟ้าของอาเซียน และโครงการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซ ธรรมชาติของอาเซียน - ความร่วมมือด้านการทําเหมืองแร่ เช่น สนับสนุนการค้าและการ ลงทุนในสาขาเหมืองแร่ให้มากขึ้น

- การสนับสนุนด้านการเงินแก่โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ต่างๆ  เช่น ส่งเสริมให้ภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศเข้า มามีส่วนร่วมมากขึ้นในการสนับสนุนด้านการเงินแก่การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค

(5) ภาษีอากร ดําเนินการให้มีการสร้างเครือข่ายของความตกลงว่าด้วยการ หลีกเลี่ยงการจัดเก็บภาษีซ้อนระหว่างประเทศสมาชิกภายในปี 2010 เท่าที่จะสามารถดําเนินการได้
(6) พาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ (E-Commerce) โดยการปฏิบัติตามกรอบความตกลง e-ASEAN และบนพื้นฐานของ กรอบความตกลงร่วมอื่นๆเช่น ดําเนินนโยบายการแข่งขันด้าน โทรคมนาคมโดยใช้แนวทางการปฏิบัติที่ดี และสนับสนุนการออก กฎหมายภายในประเทศด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
3) การเป็นภูมิภาคที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน
(1) การพัฒนาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม โดยดําเนินการตามพิมพ์เขียวนโยบายของอาเซียนด้านการพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (APBSD) 2004-2014 เพื่อ สร้างความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัว และการมีส่วนร่วมใน การพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค
(2) ความริเริ่มเพื่อการรวมตัว ของอาเซียน โดยกําหนดแนวทางและเน้นความพยายามร่วมกันในการลดระดบั ช่องว่างของการพัฒนา
ทั้งภายในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับ ประเทศอื่นๆ ครอบคลุมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารการเสริมสร้างขีดความสามารถในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจใน ภูมิภาค พลังงาน บรรยากาศการลงทุน การท่องเที่ยว การลดระดับ ความยากจนและการปรับปรุงคุณภาพชีวิต
4) การเป็นภูมิภาคที่บูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกได้อย่างสมบูรณ์
(1) แนวทางการสร้างความ เป็นหนึ่งเดียวกันต่อ ปฏิสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจกับ ภายนอก ทบทวนพันธกรณีของ FTA/CEP เทียบกับพันธกรณีของการ รวมกลุ่มภายในอาเซียน และดําเนินการให้มีระบบที่จะสนับสนุน การประสานงานมากขึ้นในการเจรจาการค้ากับประเทศคู่เจรจา ภายนอกอาเซียน และในเวทีการเจรจาการค้าในระดับภูมิภาคและ ระดับพหุภาคีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรลุกรอบท่าทีการเจรจา ร่วมกัน
(2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมใน เครือข่ายอปุทานของโลก รับหลักปฏิบัติสากลที่ดีและมาตรฐานในการผลิตและจําหน่ายมาใช้ ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อ ยกระดับขีดความสามารถและผลิตภาพด้านอุตสาหกรรมและ ส่งเสริมการเข้ามามีส่วนร่วมในการรวมกลุ่มระดับภูมิภาคและระดับ โลกให้กับประเทศสมาชกิที่มีระดับการพัฒนาต่ำกว่าของอาเซียน     

     

            ในการปฏิบัติตามแผนการดําเนินงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศสมาชิกได้ กําหนดให้มีความยดืหยุ่นในแต่ละเรื่องไว้ล่วงหน้าได้ (pre-agreed flexibilities) แต่หากประเทศสมาชิก ตกลงกันได้แล้ว จะต้องยึดถือและปฏิบัติตามพันธกรณีที่ได้ตกลงกันอย่างเคร่งครัด   โดยเพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปตามแผนงานและกําหนดเวลาท่ีตั้งใจไว้ อาเซียนได้จัดทํา เครื่องมือติดตามวัดผลการดําเนินงานตาม AEC Blueprint เรียกว่า AEC Scorecard ซึ่งเป็นเครื่องมือ ในการติดตามความคืบหน้าและประเมินผลการดําเนินงานในด้านต่างๆ ของประเทศสมาชิแต่ละประเทศ รวมทั้งภาพรวมการดําเนินงานในระดบัภูมิภาคด้วย โดยจะเสนอ AEC Scorecard ให้ผู้นําอาเซียนทราบ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนทุกปีด้วย   

 

 

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลมาจาก:
กรมประชาสัมพันธ์ สํานักนายกรัฐมนตรี. ประเทศไทยกับอาเซียน. สํานักนายกรัฐมนตรี. 2554
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและพัฒนา (องค์การมหาชน). 2554
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สํานักนายกรัฐมนตรี. แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบเอ็ด พ.ศ. 2555-2559. 2555
สํานักอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ

จำนวนครั้งที่เข้าชม : 378 ครั้ง
ลงข้อมูลโดย : Administrator
ดาวน์โหลดเพิ่มเติม